ให้กำลังใจ เบิ้ล

#เรามาดูเรื่องราวของ เบิ้ล กัน 

เรียกได้ว่าหลายๆคนได้ติดตามนักร้องดังคนนี้เป็นอย่างมาก อาทิตย์ สมน้อย ชื่อเล่น เบิ้ล หรือที่รู้จักกันในนาม เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม เป็นนักร้องแนวเพลง ลูกทุ่งชาวไทย สังกัดค่ายอาร์ สยาม เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยามเรียนจบ ม.6 จากการศึกษานอกระบบ (กศน.) ศึกษาระดับอุดมศึกษาที่คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต สาขาการตลาดดิจิทัล มีผลงานเพลงดังอย่างเพลง “อ้ายมีเหตุผล”

  • ประวัติของเบิ้ล    อาทิตย์ สมน้อย หรือที่รู้จักกันในนาม เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม เกิดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2539 เกิดที่จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นบุตรของนายทวี สมน้อย และนางเสาวนีย์ สมน้อย จากบ้านโคกพระ ตำบลนาป่าแซง อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ

เมื่อตอนอายุ 17 ปี มาทำงานที่ราชบุรี ล้างเครื่องจักรยานยนต์ และส่งอะไหล่รถ ยังเรียน กศน.ที่บางแพแต่ไม่จบ จากนั้นศึกษาที่นาฏศิลป์ร้อยเอ็ด

และมีโอกาสแต่งเพลงให้นาฏศิลป์ร้อยเอ็ด ชื่อเพลงว่า “หนุ่มบ้านนาตามหาฝัน” และปล่อยเพลงนี้ทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก และเริ่มต้นโดยการร้องเพลงในโซเชียลเนตเวิร์ก

  • เข้าวงการครั้งแรก    เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม ส่งคลิปเข้าร่วมประกวดในโครงการ 20 ปี แกรมมี่ โกลด์ “เรามาร้องเพลงกัน เพลงของฉัน เพลงของเธอ” เมื่อช่วงต้นปี 2558 โดยคลิปของหนุ่มเบิ้ลที่ส่งประกวดในชื่อ อาทิตย์ สมน้อย ก็เป็น 1 ใน 75

คลิปที่ได้รับการคัดเลือกจากผู้ส่งเข้าประกวดทั้งหมด 107 คลิป ในเวลาต่อมา เบิ้ล ปทุมราชได้เข้าสังกัด อาร์สยาม ในเครืออาร์เอส โดยมีผลงานเปิดตัวในฐานะ เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม กับเพลง

“อ้ายมีเหตุผล” จนต่อมาทางค่ายจึงได้ออกเพลงแก้ ในชื่อเพลง “เหตุผลของคนจะไป” ที่ได้ ธัญญ่า อาร์สยาม มาขับร้อง และเล่นเอ็มวีประกบคู่ เบิ้ล ปทุมราช อีกครั้ง

  • และล่าสุด  เบิ้ล ปทุมราช แจงเหตุโพสต์ตัดพ้อ บางครั้งน้อยใจคนคอมเมนต์ด่า เบิ้ล ปทุมราช แจงเหตุโพสต์ตัดพ้อ-นักร้องหนุ่ม เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม หรือ อาทิตย์ สมน้อย ก่อนหน้านี้ได้โพสต์เฟซบุ๊ก

มีข้อความว่า “ทุกวันนี้ที่อยู่มาได้ถึงสี่ห้าปี อยู่เพราะความเข้าใจและแฟนเพลงทุกคนรู้ในตัวตนจากตัวเราไปถึงหัวใจแฟนคลับ รักกันตลอดไปนะครับแฟนเพลง เบิ้ล ปทุมราช ” ทำเอาหลายคนตั้งข้อสงสัยเหมือนว่าตัดพ้ออะไร

ล่าสุดได้มีโอกาสเจอ หนุ่มเบิ้ล ที่มาร่วมงานเปิดตัวภาพยนตร์ รอบสื่อมวลชน เรื่อง “หลวงพี่กะอีปอบ” ที่ เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน จึงได้สอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น

  • และล่าสุดที่โพสต์ตัดพ้อ

#โพสต์ตัดพ้ออะไร
โพสต์ตัดพ้ออะไร “โพสต์ในเฟซบุ๊กใช่ไหมครับ จริงๆเราเป็นคนสาธารณะไม่ควรโพสต์หรอกครับ ก็ไม่อยากให้เอฟซีเป็นห่วง และเดี๋ยวก็หาว่าสร้างภาพอะไรอย่างนี้ แต่ที่โพสต์ไปแค่อยากอธิบายว่า การเป็นนักแสดงการเป็นนักร้องก็มีหัวใจ เป็นคนธรรมดา ไม่ได้ร่ำรวย ไม่ได้มาจาก ดาวอะไรขนาดนั้น เป็นคนเดินดินคนหนึ่ง เราอาจจะไปใส่ใจกับคอเมมนต์ต่างๆ

หรือเรื่องที่คอมเมนต์ที่เราเก็บไว้ในใจตลอด เรื่องที่เราไม่ได้ทำ ก็อาจจะเป็นอารมณ์น้อยใจ คือที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นก้าวร้าว ไร้มารยาท คืออยากให้รู้จักผม แล้วค่อยด่าผมได้ไหม คือก็มีเฉพาะกลุ่มแหละครับ

ที่รู้จักเราซัพพอร์ตเรา ก็ไม่ได้อยากให้มองว่ามีติ่งปกป้อง ไม่ได้อยากให้คิดแบบนั้นครับ ผมอยากให้ทุกคนรู้จักผมในแบบที่ผมเป็นจริงๆ แล้วสักวันหนึ่งผมก็เชื่อว่าเราจะได้รู้จักกัน และถามเรื่องมารยาท

เรื่องการไหว้ ผมเชื่อว่าผมไหว้ตั้งแต่ยาม สวัสดิการ หรือแม่กระทั่งผู้ใหญ่ ไม่ว่าใครจะต้องสูง ใครจะต้องต่ำ เพราะผมก็คือคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่เราให้เกียรติและก็ควรได้เกียรตินั้นกลับคืนมา ซึ่งการไหว้คือผมก็คิดว่าเป็นการที่ทำให้คนที่อยู่ตรงหน้ารู้สึกดี”

  • โดนว่าแบบนี้มาตลอด จนทำให้ต้องเปลี่ยนตัวเอง “สิ่งแรกที่ต้องเปลี่ยนคือใจเย็นขึ้นครับ อะไรที่ไม่ควรโต้ตอบ หรือไม่ควรที่จะไปสุมฟืนใส่ไฟเพิ่ม เราก็อยู่นิ่งๆขึ้น แต่ในส่วนที่เรานิ่งขึ้นก็มีสิทธิ์ที่ปรับปรุงแก้ไขตัวเอง ในการพูดการโพสต์ ผมว่าไม่ผิดหรอกครับ ผมแค่อยากอธิบาย บางครั้งศิลปินนักร้องเวลาเราคอมเมนต์ เวลาที่ทำอวตาลมาด่าในยูทูป

มาว่าถึงบุพการี ถ้าคุณเป็นคนโดนเองก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกัน แต่ถามว่าในเส้นทางนักร้องสักวันก็เจออีก ถึงวันนี้ผมมาอธิบายก็จะมีคอมเมนต์อรกแบบหนึ่งอีก ว่ามึงมันไร้มารยาท ผมว่ายังไงก็ต้องมี ผมก็ขอพูดตรงนี้นะครับว่า ขอว่าถ้ามันผิดพลาดในอดีต ถ้าผมเป็นคนที่ขี่เก๊ก หรือว่ารู้สึกไม่ดีเวลามอง ผมพร้อมที่จะปรับปรุงตัวเองครับ และก็อยากให้สัมผัสผม ถึงวันนี้คุณจะด่าผมจะว่าผม แต่ถ้าวันหนึ่งได้มีโอกาสเจอคุณในขณะที่คุณลำบากก็พร้อมจะยื่นมือช่วยเหมือนเดิม ผมเชื่อว่าการแก้แค้นที่ดีที่สุดคือการให้อภัย สร้างมิตรภาพ สร้างความสุขให้กันและกันมากกว่า ในขณะที่บ้านเองเราเป็นแบบนี้ในสถานการณ์ปัจจุบัน”

  • คิดว่าตัวเราเปลี่ยนไปเยอะไหม “เยอะครับ ยิ่งตอนเป็นทหาร และมาเป็นเดอะแมส ทำให้ผมรู้สึกว่าช่วงที่ผมใส่หน้ากากเหมือนผมไปอีกโลกหนึ่งเลย ผมได้ทำในสิ่งที่ตนเองไม่เคยได้ทำ และได้ทดสอบตัวเองในการทำสยามเมืองยิ้ม มันเป็นความรู้สึกว่าตอนที่ปล่อยเพลงนี้ไป มีคอมเมนต์ว่าเบิ้ลทำเพลงนี้ให้คนไทยได้มีรอยยิ้ม ทำให้เรารู้สึกว่าเราอยากทำอะไรเพื่อประเทศมากขึ้น ในวันที่เราไม่ดัง เราถามตัวเองว่าเราจะทำยังไงเพลงถึงจะดัง แต่พอเรามีชื่อเสียงแล้ว ดังแล้วทำอะไรช่วยให้สังคมบ้าง ก็เลยเลือกที่จะอยู่กับพี่บิณณ์ ไปอยู่ที่มูลนิธิ หรือเวลาไปคอนเสิร์ตต่างๆ ใกล้สถานที่หมาป่วย มะเร็งแมว ผมก็รวบรวมจากบ้านแฟนคลับ คนละ 10-20 บาท เอาไปช่วยน้องหมาน้องแมว แต่ผมไม่ได้โพสต์ลงโซเชียลนะครับ ไม่อยากสุ่มเสียงเรื่องการโอนเงิน ได้น้อยได้หลักพันก็ทำหลักพัน ได้หลักหมื่นก็ทำหลักหมื่น ทุกวันนี้ก็เลือกที่จะอยู่กับความสุข และการทำดีดีกว่า อะไรที่มันเข้ามาในชีวิตแล้วเราไม่ได้ทำ เราก็ต้องอธิบายให้เขาเข้าใจ แล้วถ้าสิ่งไหนที่เราทำผิดจริงก็ควรจะปรับปรุงแก้ไข ไม่ใช่แก้ตัว ผมเชื่อว่าตรงนี้จะทำให้ผมอยู่ได้จริงๆครับ”

ทำยังไงกับคอมเมนต์ “ก็พยายามไม่อ่านดีกว่า ต่อจากนี้ก็ไม่ค่อยอ่าน แต่มันอาจจะมีบางคำที่มันสะดุดหัวใจเกินไปมันรู้สึกว่าจี้จุดครับ”

เราก็ใช้โซเชียลไม่อ่านก็ไม่ได้ “ใช่ครับ เบิ้ลเล่นเองทุกอย่าง ทั้งไอจี แฟนเพจ เฟซบุ๊ก ทุกอย่างที่เราคุยกับแฟนคลับ เวลาที่เราโพสต์ เราถึงแฟนคลับด้วยตัวเราเอง แอดมินจะช่วยโพสต์แค่เรื่องงานแค่นั้นเอง ถ้าเป็นภาพ เป็นแช็ตในกลุ่มบ้านนั้นคือผมตัวจริง ก็อย่างที่พี่พูดว่ามันไม่สามารถที่จะเลี่ยงได้ ก็ต้องเห็นบ้าง ก็มองแต่ที่เป็นกำลังใจ ถ้าเราผิดจริงเขาพูดมันก็ถูก เราก็เอากลับไปปรับปรุงตัวเอง ให้ตัวเองออกมาดีแล้วมีคุณภาพมากขึ้น”

แสดงว่าบางเรื่องก็ยอมรับ “ต้องยอมรับนะครับ ถ้าเรื่องที่ผิดจริงก็ยอมรับครัย แต่ว่า 3 – 4 เดือนที่ผ่านมายังไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องจริงเลย ก็อยากให้ทุกคนไปสืบหาความจริงครับ”

ล่าสด เตรียมลาวงการ? “เบิ้ล ปทุมราช” ประกาศ 2 ปี ขอพักไปมีชีวิตส่วนตัว แฟนเพลงใจหวิว #เบิ้ล #เเฟนเพลง #ประกาศ

เรียบเรียงโดย              baandeemestyle