7 ดาร า ผันมาเป็นตล ก

ในสมัยนี้นั้น ปัจจุบันถ้าพูดถึงดาราสาวที่เป็นนางเอกและดาราชายที่ หน้าตาดีมีมากมายหลายคนเลยทีเดียว ทั้งความสามารถและความสวยหล่อของดาราแต่ละคนมีความแตกต่างกันออกไป และนักร้องนักแสดงแต่ละคน พอเล่นละครออกมาทำไมกระแสไม่ดีเลย ไม่ปัง ไม่ดังเลย แต่พอพวกเขาเหล่านี้เปลี่ยนสายมา แนวตลกกลับมีงานเข้ามาเยอะ และมีคนชื่นชอบ มากขึ้น จนงานเยอะและปังกว่าเดิม..

ไอซ์ อภิษฏา

ประวัติ อภิษฎาเกิดที่นนทบุรี จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนสตรีนนทบุรี และระดับปริญญาตรีจากคณะศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต สาขาแฟชั่นดีไซน์
ขณะเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยรังสิต อภิษฎามีชื่อเสียงจากการเป็นนางแบบบนเวทีจริงและนางแบบนิตยสาร และเป็นนางแบบทางอินเทอร์เน็ต หรือทื่เรียก “เน็ตไอดอล” ด้วย โดยได้รับกล่าวขานว่ามีผมสวย เพราะขณะนั้นเธอยืดผมตรง และทำให้การยืดผมได้รับความนิยมในประเทศไทยมากขึ้น

ผลงานแรกๆ ต่อมา เธอได้แสดงผลงานแสดงมิวสิกวีดิโอเพลง “เธอเป็นคนอย่างนี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่” ของวง PINK ที่เดี๋ยวนี้เลิกวงไปแล้ว ซึ่งทำให้เธอได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว จึงได้แสดงมิวสิกวีดิโอเพลง “อย่าบอกว่ารักเขา” ของ อ้อน ในเวลาไล่เลี่ยกันอีก และก็ทำให้เธอเป็นที่จดจำอย่างรวดเร็ว
เธอจึงได้เข้าวงการบันเทิงจริง ๆ ครั้งแรกด้วยการแสดงเป็นนางเอกละครโทรทัศน์เรื่อง “ยายตัวแสบกับนายทรนง” ซึ่งออกอากาศทางช่อง 3 ใน พ.ศ. 2545 และเธอก็ได้แสดงภาพยนตร์หลายเรื่องตามมาด้วย


เปลี่ยนแนว ไอซ์ อภิษฏา หลายคนคงจะรู้จักเธอแล้วบ้างจากการเล่นละครเป็นนางร้ายเรียกได้ว่าทั้งหน้าตาที่สวยงามและความสามารถในการเล่นของเธอนั้นต้องยอมรับเลยทีเดียว แต่งานละครทำไมไม่ค่อยจะมี พอเปลี่ยนมาเป็นแนวตลก งานเยอะขึ้น แถมเป็นที่รู้จักมากขึ้นอีกด้วย

จียอน

 

ประวัติคร่าวๆ จียอนกำเนิดในประเทศเกาหลีใต้ ครอบครัวเป็นชาวเกาหลีใต้ ชื่อ “จียอน” นั้นตาตั้งให้ เมื่ออายุได้ 11 ปี จียอนย้ายเข้ามาอาศัยในประเทศไทย หลังจากที่บิดาย้ายเข้ามาทำงานได้สักพัก ปัจจุบัน บิดา มารดา พี่ชาย และน้องสาว ย้ายเข้ามาอาศัยในประเทศไทยทั้งสิ้น


เมื่อเข้ามาอาศัยในประเทศไทยแล้ว จียอนรับการศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนร่วมฤดีวิเทศศึกษา กรุงเทพมหานคร เวลานั้น ถูกเพื่อนที่โรงเรียนกลั่นแกล้งเรื่องภาษา เพราะพูดไม่ได้ทั้งไทยและอังกฤษ จึงท้อใจและอยากกลับบ้านเกิดเมืองนอน แต่ได้รับกำลังใจจากบิดามาเสมอ จึงผ่านพ้นไปได้
จียอนกำลังศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิชาเอก คือ ภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ

จียอน ผันตัว สาวสวยหมวยน่ารักที่ผันตัวมาเป็นนักแสดงตลก และเราจะเห็นความที่เป็นเสน่ห์ของเธอนั้นคือเธอพูดไม่ค่อยชัดกลายเป็นความน่ารัก และพอมาเล่นเป็นแนวตลกก็รู้สึกว่าฮาไปอีก ทำให้คนดูชื่นชอบเธอเป็นอย่างมาก จากรายการ เดอะแมสซิงเกอร์เราจะเห็นได้ว่าตัวฮาเลยคนนี้

แพท ณปภา

ตอนเกิด ณปภาเป็นบุตรของเชษฐา ตันตระกูล กับวนิดา สายใจ แต่บิดามารดาเลิกรากันและต่างฝ่ายไปมีครอบครัวใหม่ เธอจึงได้รับการเลี้ยงดูจากมิตร ตันตระกูล และจุฑาพัชร์ ฤกษ์เกษมสันต์ ซึ่งเป็นปู่และย่า เธอจึงเรียกพ่อแท้ ๆ และพี่น้องของพ่อว่าพี่มาตลอด


เธอเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง มาตั้งแต่สมัยเรียนในชั้นมัธยมศึกษาขณะมีอายุราว 11-12 ปี โดยรับการสนับสนุนจากมารดา เมื่อเธอเดินผ่านย่านสยามสแควร์ก็มีโมเดลลิ่งเข้ามาติดต่อให้ไปถ่ายโฆษณา ประเดิมด้วยโฆษณาน้ำอัดลมแฟนต้า และผลงานที่สร้างชื่อให้เธอคือมิวสิกวิดีโอของ “TAXI” ในเพลง “คิดถึงฉันไหมเวลาที่เธอ…” หลังเรียนจบจากโรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ณปภา”

และเข้าสู่วงการละคร โดยได้เล่นละครเรื่องแรกคือ “ทีเด็ดครูพันธ์ใหม่จิตพิสัยเดือด” ทางช่อง 3 และได้เป็นนางเอกเต็มตัวครั้งแรก คือ “ลิขสิทธิ์หัวใจ” คู่กับทฤษฎี สหวงษ์ ในฐานะนักแสดงหน้าใหม่ในกลุ่มพาวเวอร์ทรี รุ่นที่ 1 และทั้งสองได้แสดงละครร่วมกันหลายเรื่องหลังจากนั้น ตอนแรกอยู่สายนางเอก สาวคนนี้ปกติก็เป็นที่รู้จักเป็นอย่างมากต่อหลายๆคน ทั้งบทนางเอก นางร้าย และเป็นทีรู้จักเป็นอย่างมากหลังจากที่เธอมาเล่นเป็นแนวตลกๆ พิธีกรสายฮาในการเป็นตัวของตัวเอง ทำให้เธอเป็นขวัญใจวัยรุ่นเลยทีเดียว

ปุยฝ้าย AF

 

ตอนเข้าเรียน เข้าเรียนชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ โรงเรียนเทศบาล 3 ยมราชสามัคคี จากนั้นได้เข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาที่ โรงเรียนบุญวัฒนา จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ส่วนในระดับปริญญาตรี จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ สาขาประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ในปีการศึกษา 2552 โดยเป็นนักศึกษาทุนศิลปวัฒนธรรมตลอดการศึกษาปริญญาตรี ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาโท คณะการจัดการมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม


เข้าวงการบันเทิงแรกๆ สาวปุยฝ้าย เข้าสู่วงการบันเทิงจากการประกวดรายการร้องเพลง “ทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย ซีซั่นที่ 4” (True Academy Fantasia Season 4) ในปี พ.ศ. 2550 โดยมีรหัสประจำคือ V18 และมีกลุ่มแฟนคลับอย่างเป็นทางการชื่อว่า “บ้านลูกหมู หรือ PFFC (Puifai Fanclub)” ในระหว่างการแข่งขัน ได้ร้องเพลงตามโจทย์ต่างๆ ที่ได้รับจนถึงสัปดาห์ที่ 7

หลังจากจบการแข่งขัน เธอได้มีผลงานอัลบั้ม “เอ็กซ์ตรีมอาร์มี่” ร่วมกับเพื่อนนักล่าฝันอีก 11 คน รวมทั้งได้มีคอนเสิร์ตทั่วทุกภาคของประเทศไทย แต่สุดท้าย ปุยฝ้าย AF นางเอกสาวที่แจ้งเกิดบนเวทีร้องเพลง จากเวทีAF ต้องบอกว่าเล่นละครก็ดี เสียงก็ดีหน้าตาก็ดี แถมฝีมือการเล่นตลกก็ไม่ใช่ย้อยเลยจ้า สายฮาน่ารัก สวยอีกด้วยทำไงก้ไม่น่าเกียจ

ซาร่า

ประวัติ นลิน โฮเลอร์ หรือ ซาร่า AF3 หรือ Nà Lín (那琳) เกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นลูกครึ่งไทย-เยอรมัน จบการศึกษาระดับอนุบาล, ประถมศึกษาและมัธยมต้นจากโรงเรียนโกวิทธำรงเชียงใหม่ และมัธยมปลายจากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย และระดับอุดมศึกษาจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เอกการละคร แต่เดิมนลินใช้ชื่อว่านลิน หวังผล และเปลี่ยนชื่อและนามสกุลเป็นนลินธารา โฮเลอร์ และได้เปลี่ยนกลับเป็นนลิน โฮเลอร์ในภายหลัง


ช่วงเริ่มเข้าวงการ ปี 2549 นลินเข้าวงการบันเทิงด้วยการเข้าประกวดรายการ ทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย ซีซั่นที่ 3 ในรหัส V4 และได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 4 ปี 2550 นลินได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกวง 7 สาวสะบัดโชว์ และออกอัลบั้มลูกทุ่ง 7 สาวสะบัดโชว์ ต่อมาในปี 2552 วง 7 สาวสะบัดโชว์ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น G2G และออกอัลบั้ม G2G และในปี 2553

นลินได้รับการคัดเลือกไปเป็นหนึ่งในสมาชิกวงiME[4] ร่วมด้วยสมาชิกชาวจีน 3 คน และชาวเกาหลีอีก 1 คน โดยนลินเป็นชาวไทยเพียงคนเดียวในวง ปลายปี 2556 นลินได้ตัดสินใจออกจากวงiME และปัจจุบันเป็นนักร้องและนักแสดงอิสระ สายตลกที่ใช่ มุกฮา มุกที่เล็กน้องเธอก็สามารถเล่นได้หมด แถมฮาอีกสะด้วยงานนี้ทำให้สาวซาร่านั้นเป็นขวัญใจใครๆต่อใครไปแล้ว จนทำให้เธอมีงานเข้ามาเยอะโดยเฉพาะ ของช่อง เวิร์คพอยท์

ตั๊ก บริบูรณ์ จันทร์เรือง

ตอนแรกเล่นเป็นพระเอก หลังจากความประสบความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่อง รองต๊ะแล่บแปล๊บ ทำให้มีงานด้านวงการบันเทิงมากมาย เช่น งานเดินแบบ พิธีกร มิวสิกวีดีโอ งานละคร และภาพยนตร์ จนกระทั่งถึงปี 2547 ด้วยความที่อยู่ในวงการบันเทิงมานาน และเบื่อ


ประกอบกับหน้าตาเหมือนลูกครึ่งแต่เรื่องภาษานั้นไม่ดี ทำให้ตัดสินใจไปเรียนภาษาที่ประเทศอังกฤษ ประมาณ 1 ปี จนนิธิ สมุทรโคจร เรียกตัวกลับมาให้มาร่วมเป็นพิธีกรในรายการ Q-twenty 20 คำถาม ในปี พ.ศ. 2549 การกลับมาครั้งนี้ทำให้บุคลิกเปลี่ยนไปจากมาดพระเอกสุดหล่อมาเป็น หนุ่มตลกสนุกสนานเฮฮาด้วย

ด้วยความเบื่อการเป็นพระเอก หนุ่มหล่อพิธีกรสุดหล่อ ทังละครทั้งหนังแต่ไม่ค่อยปังเท่าไหร่แต่พอหันมาทางสายตลกก็ปังดังเปรี้ยงเลยทีเดียว ดังก็พิธีกรรานการอนดวดผี ถึงแม้จะเป็นรายการที่น่ากลัว แต่พอช่วงแข่งกันเอาคลิปมาอวด 55หนุ่มตั๊กจะปล่อยฮาตลอด

โอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน

จากการเป็นนักร้อง ปราโมทย์ ปาทาน ชื่อเล่น โอ๊ต เป็นนักร้องชาวไทยจากสังกัดไวท์มิวสิก และอดีตนักร้องนำวง RSCM Bandเจ้าของรางวัลชนะเลิศการประกวดวงดนตรีแจ๊ส 98.5 Breeze FM-UBC Jazz Challenge 2006 เคยทำผลงานเบื้องหลังให้กับศิลปินดัง จนมีผลงานเพลงประกอบภาพยนตร์หลายเรื่อง มีเอกลักษณ์ที่ติดตัวคือความขี้เล่นประกอบกับมุกตลกนอกจากผลงานการร้องเพลง เขายังทำรายการ Paloy’s Diary, The Driver ร่วมกับพลอย หอวัง และ พิชญ์ กาไชย และรายการออนไลน์ทางยูทูบแชแนล “โคตรคูล”


ช่วงวัยรุ่น โอ๊ต เป็นคนเรียนไม่ตั้งใจเรียนเกเรเพราะติดเพื่อนหลังมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผู้เป็นแม่ส่งโอ๊ตไปออสเตเรียเพื่อไปภาษาเพื่อไปต่อ MBA และเริ่มเข้าสู่วงการเพลงด้วยการเป็นนักร้องในร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งของรุ่นพี่ในออสเตเรีย ก่อนจะกลับศึกษาต่อในมหาลัยและเคยได้แชมป์ University Academy Contest จนมีอาจารย์มหาลัยมาชวนอัดเพลงและได้มีโอกาสไปอัดเพลงกับค่ายแกรมมี่แต่ก็ลาออกเพราะไม่พอในการร้องเพลงตอนกลางคืนจนเป็นซึมเศร้า แต่ก็ได้รับโอกาสจากรุ่นพี่ในวงการและกลับมาเหมือนเดิม


หลังจากเปลี่ยนจากนักร้องเป็นตลก “โอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน” นักร้องเสียงดีเพลงดัง และหันมาทำรายการตลก ฮาๆทำเอาคนชอบและเข้าไปติดตามกันเยอะเลยทีเดียว