เปลี่ยนความอ่อนแอ มาเป็นจุดแข็งของตัวเอง

1. ท้อแต่ไม่ถอย

ความท้อแท้เวลาที่ชีวิตต้องเจอกับเรื่องหนักๆนั้น ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่การที่คุณรู้สึกท้ออย่างแรงเพราะความอ่อนไหวของตัวเอง ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องยอมแพ้ค่ะ เพราะหลายครั้งทีเดียวที่คนเรานั้นกัดฟันสู้ทั้งน้ำตา แบบไม่ต้องไปแคร์ใครจะว่าอย่างไร เรียกว่าล้มแล้วลุก ร้องไห้ให้พอแล้วเช็ดน้ำตาสู้ต่อไป ก็ถือเป็นความเข้มแข็งอีกแบบที่น่าชื่นชมไม่แพ้กันค่ะ

2. ปลดปล่อยอารมณ์เศร้าของตัวเอง

การร้องไห้นั้น ไม่ใช่การแสดงความอ่อนแอ แต่เป็นการแสดงความรู้สึกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งไม่ว่าคุณจะแสดงออกความเศร้ามาในแบบไหน ก็ถือเป็นการแสดงออกความรู้สึกของตัวเองอย่างกล้าหาญ ซึ่งนอกจากจะสื่อให้ผู้อื่นได้รับรู้ความรู้สึกของตัวเองแล้ว ยังถือเป็นการระบายความเครียด ซึ่งนักจิตวิทยาได้ค้นพบแล้วว่า การร้องไห้หรือระบายความเศร้าสามารถช่วยบรรเทาอาการความเจ็บปวดภายในจิตใจ รวมถึงรักษาความเครียดจากภายในอย่างได้ผลทีเดียวค่ะ

3. ใส่ใจความรู้สึกของคนรอบข้าง

ผู้ที่มีความเซนซิทีฟนั้น จะมีความความอ่อนไหวต่อเรื่องราวของคนอื่นไม่แพ้เรื่องของตัวเอง จึงทำให้คนที่มีความรู้สึกอ่อนไหวมักใส่ใจความรู้สึกของผู้อื่นเสมอ ซึ่งการเอาใจเขามาใส่ใจเรานั้น ส่งผลให้คนลักษณะนี้มักมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง ทำให้ไม่ว่าจะล้มกี่ครั้งก็ยังมีคนคอยช่วยเหลือให้กำลังใจ ถือเป็นจุดแข็งของคนอ่อนแอที่ดีต่อใจสุดๆ ค่ะ

4. อ้าแขนรับทุกสีสันของชีวิต

การที่คุณรู้สึกอ่อนไหวต่อทุกเรื่อง นั่นก็หมายถึงคุณได้ซึมซับต่อทุกเรื่องราวของชีวิต ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย ทุกสิ่งที่เข้ามาในชีวิตก็จะกลายเป็นวัคซีนให้คุณเข้มแข็งขึ้นในอนาคต ต่อให้ความเป็นคนเซนซิทีฟของคุณจะยังไม่เปลี่ยนแปลงไป แต่รับรองเลยว่าคุณจะต้องสามารถรับมือกับทุกสถานการณ์ได้เก่งขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน

5. จริงใจกับความรู้สึก

จุดแข็งอันดับ 1 ของคนที่มีอารมณ์อ่อนไหว ก็คือการกล้าที่จะยอมรับว่าตัวเองเป็นคนอ่อนไหว ซึ่งนี่ถือเป็นความเข้มแข็งที่บางครั้งผู้ที่แสดงออกว่าแข็งแกร่งก็อาจทำไม่ได้ โดยในทางจิตวิทยาแล้ว การยอมรับความรู้สึกของตัวเองนั้นส่งผลดีต่อสภาพจิตใจมากกว่าการปิดกั้นความรู้สึก และนี่ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้คุณผ่านช่วงเวลายากๆ ไปได้เร็วกว่าการปิดกั้นความรู้สึกตัวเองอีกด้วยค่ะ